5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องอ่านบาร์โค้ด
เนื้อหาสรุป
- ความสำคัญบาร์โค้ดต่อธุรกิจการค้า
- ความแตกต่างระหว่างบาร์โค้ด 1D และ 2D
- ลักษณะหัวอ่านบาร์โค้ด
- การแบ่งเครื่องอ่านบาร์โค้ดตามวิธีการใช้งาน
- การแบ่งเครื่องอ่านบาร์โค้ดตามการเชื่อมต่อ
Barcode Scanner (เครื่องอ่านบาร์โค้ด) เป็นอุปกรณ์ในการอ่านข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบแท่งบาร์โค้ด และแปลงให้เป็นข้อมูลไปที่ตัวรับออกมาเป็นรหัสสินค้า มีลักษณะการทำงานป้อนข้อมูลเหมือนกับแป้นพิมพ์ โดยจะมีประสิทธิภาพในการอ่าน ความเร็วและความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดจากการพิมพ์ข้อมูลรหัสสินค้าผ่านแป้นพิมพ์ได้

ความสำคัญของบาร์โค้ดต่อร้านค้า
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับข้อมูลที่ใช้คู่กับเครื่องอ่านบาร์โค้ดกันก่อนค่ะ ข้อมูลนี้คือ "บาร์โค้ด" (Barcode) เป็นรหัสแท่ง ที่ประกอบด้วยเส้นมืดทึบกับเส้นสว่าง ซึ่งเรามักจะเห็นในสีขาวดำ วางเรียงกันในลักษณะแนวดิ่ง ใช้แทนตัวเลขและตัวอักษร ถูกใช้นำมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการประมวลผลข้อมูล ให้รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำมากยิ่งขึ้น
จึงถูกนำมาใช้ในสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิดรวมไปถึงสินค้าสำเร็จรูปต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประมวลผลข้อมูล ให้ถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาในการบริหารจัดการสินค้าหน้าร้านและหลังร้านให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้าเข้าสต๊อก การรับชำระเงิน และตรวจเช็คสินค้าคงสต๊อก

รูปแบบของบาร์โค้ด
บาร์โค้ด 1 มิติ (1D) เป็นการเรียงตัวกันของ"บาร์" หรือ "แท่ง" เป็นเส้นขนานหลายๆ เส้นที่มีความหนา ช่องไฟเรียงกันอย่างมีกฎเกณฑ์และมีความหมาย ซึ่งรูปแบบนี้เราจะเรียกว่าเชิงเส้น หรือ (1D) โดยอ่านข้อมูลผ่านแนวยาวมีระยะห่างและความหนาของแท่ง
ต่อมามีการพัฒนารูปแบบจากบาร์แท่งให้อยู่ในรูปแบบของจุด สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยมและรูปแบบเรขาทางคณิตอื่นๆ ที่เป็นรูปร่างมากยิ่งขึ้น หรือจะเรียกได้ว่า บาร์โค้ดสองมิติ (2D) มีให้พบเห็นกันหลายแบบและใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ที่เราพบเห็นกันบ่อยในปัจจุบันนี้ คือ รหัสคิวอาร์ (QR Code) มีความสามารถคือสแกนข้อมูลและบันทึกภาพไว้เหมือนกดถ่ายภาพกล้องดิจิตอล เพื่อนำมาประมวลผลเพิ่มด้านแกนความสูง ทำให้รับข้อมูลได้ละเอียดมากกว่าบาร์โค้ด
มาถึงตรงนี้หลายท่านน่าจะรู้จักกับเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Scaner) แล้วไม่มากก็น้อย แต่จะเลือกใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้อย่างไร ให้ตอบโจทย์ธุรกิจร้านค้าของคุณ POSPOS อยากให้คุณได้รู้จักกับรูปแบบต่างๆ ของเครื่องอ่านบาร์โค้ดก่อนคร่าวๆ เพื่อให้เลือกใช้ได้ถูกต้องตามการใช้งานจริง โดยเรารวบรวมมาแล้วให้ดังนี้

ลักษณะหัวอ่านบาร์โค้ด
การอ่านบาร์แบบ 1 มิติ เป็นการใช้ลำแสงที่มีความเข้มสูง สแกนอ่านเป็นเส้นตรงตามแนวบาร์ ประมวลผลข้อมูลจากระยะห่างและความหนาของแท่งบาร์ ความยาวของบาร์โค้ดนั้นจะแปรผันไปตามจำนวนข้อมูล ยิ่งเยอะจะยิ่งมีความยาวมากขึ้น เช่นหากมีตัวเลข 50 ตัวอาจจะต้องใช้ความยาวมากกว่า 20 ซม. และเมื่อยิ่งยาวก็อาจจะมีโอกาสผิดพลาดได้ เนื่องจากเครื่องรับข้อมูลได้ไม่หมด
การอ่านบาร์แบบ 2 มิติ เป็นการรับข้อมูลในกรอบแสงของหัวอ่าน ทำให้สามารถอ่านได้ทั้งบาร์โค้ด 1 มิติและ 2 มิติ รวมไปถึงการอ่านบาร์โค้ดหลายตัวพร้อมกันในครั้งเดียว แต่จะมีข้อเสียในเรื่องความช้า หากมีบาร์โค้ดหลายตัวในสินค้าตัวเดียว เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการประมวลผลข้อมูล

ตามวิธีการใช้งาน
- เครื่องอ่านบาร์โค้ด แบบมือจับ (Handheld) เป็นเครื่องอ่านบาร์โค้ดที่เราพบเห็นได้บ่อยในปัจจุบัน ต้องใช้มือจับและควบคุมตลอดการใช้งานเพื่อสแกนบาร์โค้ดบนวัตถุ ตัวเครื่องดังกล่าวจะสะดวกต่อการหยิบจับตัวเครื่องไปหาสินค้าที่มีขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น และบางเครื่องอาจจะมีขาตั้งสำหรับตัวเครื่องอ่านบาร์โค้ด ซึ่งทำให้สแกนได้อัตโนมัติเช่นกัน
- เครื่องอ่านบาร์โค้ด แบบตั้งโต๊ะ(Desktop) เป็นเครื่องอ่านบาร์โค้ดที่ออกแบบมาสำหรับการตั้งโต๊ะโดยเฉพาะ สามารถเคลื่อนย้าย และวางเครื่องได้ตามความเหมาะสม มีความไวในการอ่าน จะทำงานทันทีเมื่อบาร์โค้ดผ่านตำแหน่งที่เครื่องสามารถจับภาพได้ เหมาะสำหรับร้านค้าที่ต้องการใช้มือหยิบจับสินค้าตลอดเวลา ส่วนมากจะใช้งานตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรม
- เครื่องอ่านบาร์โค้ด แบบติดตั้ง (Fix Mount) เป็นเครื่องอ่านบาร์โค้ดที่ออกแบบสำหรับการติดตั้งโดยเฉพาะ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ วัตถุที่มีบาร์โค้ดจะต้องเคลื่อนที่มาอยู่ในระยะที่กรอบแสงกำหนด เครื่องจะทำการสแกนและประมวลผลโดยอัตโนมัติ พบเห็นได้บ่อยตามโต๊ะแคชเชียร์ที่ห้างสรรพสินค้า ที่พนักงานขายจะนำสินค้าด้านที่มีบาร์โค้ดมาจ่อที่เครื่องอ่านที่ถูกฝังไว้กับโต๊ะเพื่อเริ่มต้นการขาย

รูปแบบการเชื่อมต่อ
- เครื่องอ่านบาร์โค้ด แบบมีสาย: คือเครื่องอ่านบาร์โค้ดที่อาศัยการรับส่งข้อมูลระหว่างตัวอ่านกับเครื่องแม่ที่ใช้เก็บข้อมูลผ่านสายสัญญาน ซึ่งจะมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะการใช้งาน อย่างเช่น ความยาวสาย
- เครื่องอ่านบาร์โค้ด แบบไร้สาย: คือเครื่องอ่านบาร์โค้ดที่อาศัยสัญญาณคลื่น ในการรับส่งข้อมูลไปที่ตัวเครื่องแม่ที่เก็บข้อมูล เช่น Blutooth ความแม่นยำจะขึ้นอยู่กับระยะสัญญาณด้วยส่วนนึง รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณรบกวน สิ่งกีดขวาง รวมไปถึงความเหมาะสมของตำแหน่งการวางของตัวเครื่องเช่นกัน
"เลือกซื้ออุปกรณ์ขายหน้าร้านที่ตอบโจทย์ทำให้ปิดการขายได้ไว ลดโอกาสเสียลูกค้าได้ค่ะ"
สุดท้ายแล้ว การเลือกซื้อเครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Scanner) หรืออุปกรณ์หน้าร้านชิ้นอื่นๆ จัดว่าเป็นการลงทุนในระยะยาว ที่ควรจะเลือกซื้อให้ตอบโจทย์การทำงานภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็นการสแกน ณ ที่จุดขาย ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้เยอะ หลายรูปแบบ หรือการสแกนเพื่อนับสิ่งของอาจจะต้องการตัวสแกนเนอร์ที่ไม่มีสาย เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจัดวางของ
แต่สุดท้ายนี้หากคุณยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรืออยากให้ POSPOS ช่วยจัดชุดอุปกรณ์พร้อมเปิดร้านให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของร้านคุณ สามารถปรึกษาทีมงานของเราได้ตลอดเวลาทำการเลยค่ะ
.
.
.
"บริหารจัดการหน้าร้านได้ง่ายด้วย POSPOS"