การเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ด
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- บาร์โค้ดคืออะไร?
- เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดคืออะไร?
- เลือกซื้อเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดอย่างไร?

บาร์โค้ด (Barcode) คือ รหัสแท่ง ประกอบด้วยเส้นทึบและเส้นสว่าง มักเห็นได้ทั่วไปเป็นสีขาวดำ มีค่าแทนรหัสตัวเลขและตัวอักษร ใช้อำนวยความสะดวกในการรับข้อมูลมาประมวลผลบนคอมพิวเตอร์ ใช้งานคู่กับ Barcode Scanner (เครื่องอ่านบาร์โค้ด) เพื่อแปลงข้อมูลจากภาพแท่งบาร์ให้เป็นรหัสสินค้าอีกที ทำให้รับและประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ
มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมรวมไปถึงธุรกิจร้านค้า ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ประหยัดเวลาในการบริหารจัดการสินค้าในร้านให้เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น การผลิต การนำสินค้าเข้าสต๊อก การรับชำระเงิน และตรวจเช็คสินค้าคงคลัง
"บาร์โค้ดช่วยให้ประหยัดเวลาในการจัดการสินค้า"
แต่ก่อนนิยมใช้งานธุรกิจขนาดใหญ่เพียงเท่านั้น เพราะเป็นการพิมพ์ทับบนกล่องผลิตภัณฑ์โดยตรง หรือพิมพ์บนกระดาษสติ๊กเกอร์จากโรงงาน แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ร้านค้าขนาดเล็กก็สามารถสร้างผลิตสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดมาใช้ในร้านค้าได้เช่นกัน โดยการใช้งานคู่กับ เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการสินค้า ตั้งแต่การผลิตจนถึงการขายหน้าร้าน
เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ด คืออะไร?
เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ด หรือ เครื่องปริ้นเลเบลบาร์โค้ด (Barcode Label Printer / Barcode Sticker Printer) เป็น อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพิมพ์บาร์โค้ด, ข้อความ หรือรูปภาพ ลงบน กระดาษสติ๊กเกอร์ฉลากบาร์โค้ด โดยเฉพาะ มีเซนเซอร์จับช่องว่างระหว่างสติ๊กเกอร์ ทำให้ได้สติ๊กเกอร์ออกมาเป็นดวง (Label) สะดวกต่อการใช้งาน มีหลายขนาดและหลายรูปแบบ
แต่จะเลือกซื้ออย่างไรให้ตอบโจทย์ร้านของคุณ เรามีคำแนะนำและวิธีการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดมาฝากค่ะ

1.รูปแบบการพิมพ์
เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ด มีรูปแบบการพิมพ์ 2 รูปแบบ ได้แก่ ระบบพิมพ์ด้วยความร้อนโดยตรง (Direct Thermal) และ ระบบพิมพ์ความร้อนผ่านแผ่นหมึก (Thermal Transfer) ทั้ง 2 รูปแบบ มีรายละเอียด ข้อดีและข้อเสีย ดังนี้

cr. www.insignia.com
-
ระบบพิมพ์ด้วยความร้อนโดยตรง (Direct Thermal)
Direct Thermal คือ ระบบพิมพ์ที่ส่งความร้อนจากหัวพิมพ์ลงบนกระดาษสติ๊กเกอร์โดยตรง เมื่อความร้อนทำปฏิกิริยากับกระดาษที่เคลือบสารเคมี จะเกิดสีขึ้นมา ทำงานเดียวกับเครื่องพิมพ์ใบเสร็จความร้อน
◼️ข้อเสีย คือ อายุการใช้งานไม่สูงมาก ต้องระวังเรื่องแสงและความร้อน ทำปฏิกิริยากับกระดาษ ทำให้ซีดจางได้ เหมือนกับกระดาษใบเสร็จความร้อน
◼️ข้อดี คือ เนื่องจากเป็นระบบความร้อน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องบาร์โค้ดจะเลือนหากเจอความชื้น และไม่ต้องเติมหมึก ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน
◼️เหมาะสำหรับ ธุรกิจที่ต้องการความเร็วในการผลิตบาร์โค้ด งานพิมพ์ที่มีอายุการใช้งานไม่นานมาก อย่างเช่นการซื้อขายสินค้าทั่วไป ที่จัดเก็บในที่ร่ม

cr. www.insignia.com
-
ระบบพิมพ์ความร้อนผ่านแผ่นหมึก (Thermal Transfer)
Thermal Transfer คือ ระบบพิมพ์ที่ส่งความร้อนจากหัวพิมพ์ผ่านแผ่นหมึก (Ribbon) เมื่อแผ่นหมึกโดนความร้อนจะเปลี่ยนเป็นเป็นของเหลว และกดทับหมึกนั้นลงกระดาษสติ๊กเกอร์อีกที จนเกิดเป็นรูปบนตัวเนื้อกระดาษ
◼️ข้อเสีย คือ ต้องเติมแผ่นหมึก (Ribbon) ตลอดการใช้งาน
◼️ข้อดี คือ มีความคมชัดและคงทนสูง
◼️ เหมาะสำหรับ สินค้าที่ต้องการสติ๊กเกอร์ที่คงทนสูง จึงมักใช้ในคลังสินค้าขนาดใหญ่ รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าระดับประเทศ
◼️ แผ่นหมึกกับความคงทน แบ่งเป็น 3 ประเภท
◾️ Ribbon Wax ไม่ทนทานต่อแรงขูดขีด
◾️ Ribbon Wax Resin ทนรอยขูดได้
◾️ Ribbon Resin หรือ Super Resin ไม่สามารถขูดออกได้ คงทนสูงมาก
ดังนั้นสำหรับร้านค้าปลีกทั่วไป ตั้งแต่เล็กจนถึงกลาง เราจะแนะนำให้เลือกซื้อเป็นเครื่องพิมพ์ระบบ Direct Thermal ที่ต้นทุนไม่สูง เน้นใช้งานง่าย รวดเร็ว ตัดปัญหาที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแผ่นหมึก Ribbon ไปได้

2.ขนาดและรูปแบบการใช้งาน
อย่างที่เราทราบกันว่าเครื่องพิมพ์บาร์โค้ด ใช้งานกันแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม จึงสามารถแบ่งออกตามขนาดและรูปแบบการใช้งาน ได้ 3 ประเภทหลัก คือ Mobile Printer, Desktop Printer และ Industrial Printer

-
Mobile Printer
เป็นเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดขนาดเล็กสำหรับพกพา ทำงานแบบไร้สาย ตัวเครื่องออกแบบให้มีความทนทานสูง กันน้ำ กันฝุ่น นิยมใช้ในงานด้านอุตสาหกรรม ขนส่งและงานคลังสินค้า

-
Desktop Printer
เป็นเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดขนาดเล็กสำหรับตั้งโต๊ะ ตัวเครื่องทำมาจากพลาสติก เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพอากาศทั่วไป มีปริมาณการพิมพ์ไม่เกิน 1,000 ดวงต่อวัน มักใช้งานทั่วไปใน ร้านค้า โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ และสนามบิน เป็นต้น

-
Industrial Printer
เป็นเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดขนาดใหญ่ ตัวเครื่องทำจากโลหะ ใช้งานในโรงงานขนาดใหญ่ ทนทานสูง มีปริมาณการพิมพ์ได้ถึง 4,000 - 100,000 ดวงต่อวัน และสามารถพิมพ์สติ๊กเกอร์ได้กว้างสุดถึง 8 นิ้ว ต่างจากพิมพ์ทั่วไปที่พิมพ์ได้ไม่เกิน 4 นิ้ว นิยมใช้งานตามโรงงานผลิตขนาดใหญ่

-
Mid-Rang Printer
เป็นเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดขนาดกลาง ตัวเครื่องเป็นโลหะ มีความทนทาน ใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม จัดเป็น Industrial Printer เช่นกัน เพียงแค่มีขนาดและการใช้งานที่เล็กลงมา มีปริมาณการพิมพ์ไม่เกิน 3,000 ดวงต่อวัน นิยมใช้งานตามกลุ่มโรงงานขนาดเล็ก และร้านค้าขนาดกลาง
ดังนั้นสำหรับการออกสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดในร้านค้าทั่วไป จะเริ่มต้นได้ง่ายด้วยกลุ่มเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์ประเภท Desktop Printer ค่ะ มีต้นทุนที่ไม่สูง การใช้งานในระดับทั่วไป โดย POSPOS มีจัดจำหน่ายเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ค่ะ

3.ระบบปฏิบัติการที่รองรับและอุปกรณ์ที่ใช้งาน
เครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ด เป็นอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลักเพื่อใช้สั่งการพิมพ์ ดังนั้น ควรจะเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์ที่สามารถเชื่อมต่อและรองรับบนระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ที่คุณใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ Windows, Android, iOS หรือ MacOS ก็ตาม

หากเป็นการออกสติ๊กเกอร์สำหรับการใช้งานในร้านค้า ควรเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์ที่ระบบ POS นั้นรองรับ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลรหัสสินค้าได้โดยตรง ทำให้พิมพ์ได้เร็ว ไม่เสียเวลาดึงข้อมูลหลายขั้นตอน
สำหรับลูกค้า POSPOS สามารถสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดได้โดยตรงจากหน้าสต๊อกสินค้า ดูวิธีการทำงานได้ที่ Link

4.กระดาษสติ๊กเกอร์
กระดาษสติ๊กเกอร์ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ คือ กระดาษสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด หรือ สติ๊กเกอร์ลาเบล (Barcode Sticker Label) เป็นสติ๊กเกอร์ ไดคัทเป็นสี่เหลี่ยมขนาดต่างๆ และเข้าม้วนเอาไว้กับแกนกระดาษเพื่อ ให้สะดวกต่อการเสียบเข้าแท่นกระดาษในเครื่องพิมพ์ มีเนื้อกระดาษและไซส์ที่หลากหลาย สามารถเลือกซื้อได้ด้วยวิธีนี้

◼️เลือกซื้อกระดาษตามรูปแบบการพิมพ์
สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบหลัก คือ กระดาษสติ๊กเกอร์ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ความร้อน (Direct Thermal) กับ กระดาษสติ๊กเกอร์ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ผ้าหมึก (Thermal Transfer) ส่วนใหญ่ผู้ขายจะระบุไว้เบื้องต้น ว่าสามารถใช้กับเครื่องพิมพ์แบบไหนได้ ความแตกต่างจะอยู่ที่การใช้งาน กระดาษสติ๊กเกอร์แบบ Thermal Transfer จะมีความคงทนสูง กว่ากระดาษสติ๊กเกอร์แบบ Direct Thermal แต่ก็แลกมากับการเปลี่ยนผ้าหมึก Ribbon ตลอดการใช้งาน

◼️เลือกขนาดของเลเบล (Label Size)
เลเบลสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด คือ ขนาดกระดาษสติ๊กเกอร์ตอนที่ใช้งาน นับเป็นจำนวนดวง หนึ่งม้วนมี 100 ดวงขึ้นไป มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับพิมพ์แค่เฉพาะบาร์โค้ดสินค้า ไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับปะหน้าพัสดุ
ดังนั้น ควรดูจากการใช้งานเป็นหลัก ว่าต้องการใส่ข้อมูลอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็ลองวางข้อมูลบนกระดาษขนาดต่างๆ และเลือกสติ๊กเกอร์ที่มีขนาดเหมาะสม มองเห็นชัดเจนและอ่านง่ายที่สุด

◼️เลือกขนาดที่เข้าได้กับเครื่องพิมพ์
เมื่อเลือกขนาดเลเบลสติ๊กเกอร์ได้แล้ว จะทำให้เราเลือกขนาดม้วนสติ๊กเกอร์ได้ง่ายขึ้น โดยให้วัดหน้ากว้างสุดของม้วน เทียบกับเครื่องพิมพ์ที่ต้องการซื้อ ว่ารองรับความกว้างกระดาษได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดหลายรุ่นๆ จะกว้างตั้งแต่ 20 มม. ไปจนถึง 100 มม. ขึ้นไป
เมื่อก่อนเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดมีราคาที่สูง จึงนิยมใช้แค่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ แต่เมื่อนานไปมีเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น หลากหลายธุรกิจจึงสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงคุ้มค่าที่จะลงทุนใช้งานกับธุรกิจเพราะสามารถประยุกต์ใช้งานได้ในหลายกระบวนการทำงาน เริ่มตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การจัดการสินค้าต่างๆ ไปจนถึงการขาย เหมาะกับหลายธุรกิจ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา ไปจนถึงร้านซื้อมาขายไป ยิ่งร้านของคุณมีสินค้าจำนวนมาก ยิ่งคุ้มค่า เพราะทำให้คุณประหยัดเวลาในการทำงาน มีความแม่นยำและลดข้อผิดพลาดในการทำงานได้เยอะเลยค่ะ
"บริหารจัดการหน้าร้านได้ง่ายด้วย POSPOS"